การควบคุมแมลงวันบ้านโดยทั่วไปอาจจะทำได้โดย 2 วิธี คือ (1) พยายามป้องกันไม่ให้แมลงมาตอมอาหาร และน้ำดื่มของคน และสัตว์ อาหาร และน้ำดื่มจะต้องปกคลุมด้วยฝาปิดถ้าทำได้ (2) วิธีที่ 2 ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลอย่างมาก วิธีดังกล่าวทำได้โดยการทำลายทั้งแมลงตัวเต็มวัย และแหล่งเพาะพันธุ์ วิธีการฆ่าแมลงตัวเต็มวัยที่ได้ผลมากที่สุดคือการใช้สารเคมีฉีดพ่นตามแหล่งเกาะพัก แหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน แต่ทั้งนี้การควบคุมแมลงวัน จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินการ การควบคุมแมลงวัน จะต้องคำนึงถึงชีววิทยาของแมลงวัน แหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งเกาะพัก ความชุกชุม ตลอดจนความใกล้ชิดกับคน โดยทั่วไปการควบคุมแมลงวันในระยะยาวต้องพิจรณาถึงมาตรการทางสุขาภิบาล และมาตรการด้านสุขวิทยาเป็นสำคัญ เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในการควบคุมแมลงวัน ได้แก่
 
การจัดการด้านสุขวิทยา และสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม
แมลงวันชอบวางไข่ในสิ่งขับถ่ายทุกชนิดของสัตว์รวมทั้งคน และในพืชผักที่เน่าเปื่อยทุกชนิด ดังนั้นวิธีที่สำคัญที่ใช้ในการควบคุม ก็คือ การจัดการสุขาภิบาลในที่อยู่อาศัย และมีการระบาย ตลอดจนกำจัดของเสียที่ถูกต้อง ระบบการสุขาภิบาลเหล่านี้
ควรจะถูกดัดแปลงเพื่อทำลายการแพร่พันธุ์ของแมลง และวิธีการต่างๆ ควรจะทำเป็นขั้นตอน ดังนี้กำจัด และลดแหล่งเพาะพันธุ์ เช่น
 
- จัดเก็บขยะ และนำไปทิ้งให้มิดชิดอย่างสม่ำเสมอ
- ทำความสะอาดภาชนะบรรจุขยะ เป็นประจำทุกครั้งที่นำขยะไปทิ้ง
- นำมูลสัตว์ไปฝังกลบ หรือทำปุ๋ยคอก หากเป็นฟาร์มปศุสัตว์ ก็ควรจัดสถานที่เก็บมูล สัตว์ที่เหมาะสม และถูกหลักสุขาภิบาล
- การกำจัดขยะ และซากสัตว์ที่ตายแล้วไปทิ้งโดยเร็ว กำจัด และทำลายโดยเผาทิ้งหรือใส่ถุงปิดสนิทอย่าปล่อยทิ้งไว้
- กองขยะเปียก การแก้ปัญหาที่แหล่งเพาะพันธุ์ช่วยลดจำนวนประชากรแมลงวันได้ไม่ต่ำกว่า 90% ถ้าพบว่ามีเศษขยะเปียก ควรทำให้แห้ง หรือทำให้ความชื้นลดลง
- การดูแลความสะอาดบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยเฉพาะบ่อเกราะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน
- การควบคุมแมลงวันเข้าในบริเวณสถานประกอบการ โดยตรวจรถขนขยะ รถส่ง หรือรับสินค้า เพราะอาจเป็นสาเหตุของการนำพาแมลงวันเข้ามา ซึ่งต้องมีมาตราการป้องกันให้สุขศึกษา เช่น
- ให้ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมแมลงวันแก่สถานประกอบการต่างๆ
- อบรมผู้ประกอบการ ให้ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง
- ให้พนักงานภายในสถานประกอบการนั้นๆ ช่วยกันดูแลรับผิดชอบด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม


การใช้สารเคมีกำจัดแมลง

สำหรับการใช้สารเคมี ควรใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นเท่านั้น สารเคมีที่จะนำมาใช้ในการควบคุมแมลงวันควรมีคุณสมบัติดังนี้
- มีประสิทธิภาพสูง ใช้ในปริมาณน้อย และแมลงวันดื้อยาได้ยาก
- มีฤทธิ์คงทานได้นานในธรรมชาติ และไม่สลายตัวเร็วเกินไป
- มีความปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยง และสัตว์ในธรรมชาติ สามารถถูกกำจัดจากร่างกายได้เร็ว หากได้รับเข้าไป ไม่สะสมในเนื้อเยื่อ ไขมัน และน้ำนม
- สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมยาวนาน
- สะดวกต่อการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือสลับซับซ้อน
การใช้สารเคมีกำจัดแมลงวัน สามารถทำโดยวิธีต่างๆ ดังนี้
- การกำจัดหนอนแมลงวันในแหล่งเพาะพันธุ์ จะดำเนินการ โดยเครื่องพ่นหมอกควัน หรือเครื่องอบละออง โดยให้ขนาดของละอองน้ำยามีขนาดใหญ่พอสมควร เพื่อให้พื้นผิวของแหล่งเพาะพันธุ์เปียกได้ลึกประมาณ 10-15 เซนติเมตร โดยใช้สารเคมีกลุ่ม organophosphorus หรือกลุ่ม carbamate เช่น diazinon นอกจากนี้สามารถใช้สารยับยั้งการเจริญเติบโต เช่น diflubenzuron หรือ cyromazine แหล่งเพาะพันธุ์ที่เหมาะสมกับวิธีนี้ ได้แก่ กองขยะในตลาด สถานประกอบการ และสถานศึกษา เป็นต้น
- การกำจัดแมลงวันตัวเต็มวัย ด้วยสารเคมีที่มีฤทธิ์ตกค้างตามแหล่งเกาะพัก วิธีนี้ใช้เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องลดความชุกชุมของแมลงวันลงในเวลาสั้น เช่น ในช่วงที่มีโรคติดต่อระบาด โดยฉีดพ่นเฉพาะแหล่งเกาะพักที่ใกล้แหล่งเพาะพันธุ์เท่านั้น สารเคมีที่ใช้คือ fenitrothion, diazinon และ pyrimiphos methyl

- การใช้สารเคมีชุบวัสดุห้อยแขวนเนื่องจากแมลงวันมีนิสัยชอบเกาะพักตามเชือก สายไฟ หรือวัสดุที่ห้อยแขวนอยู่ในแนวดิ่ง จึงนำเอาเชือกหรือวัสดุที่ยาวประมาณ 1-2 เมตร มาชุบน้ำตาลผสมสารเคมี เช่น diazinon, fenitrothion หรือ pyrimiphos methyl แล้วนำไปห้อยไว้บริเวณตลาด ร้านค้า โรงฆ่าสัตว์ ร้านอาหาร หรือโรงเรือนอื่นๆ โดยเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 2-3 เดือน

- การใช้เหยื่อพิษ วิธีการนี้แนะนำให้ใช้ในแหล่งที่มีแมลงวันชุกชุม เช่น บริเวณร้านค้า โรงครัว โรงงานประกอบอาหาร และแหล่งที่มีแมลงชนิดอื่นๆ เหยื่อพิษมีหลายรูปแบบ ได้แก่
- เหยื่อชนิดแห้งเคลือบน้ำตาลผสมสารเคมี (dry scatter ait)
- เหยื่อชนิดน้ำผสมน้ำตาล หรือสารล่อแมลง (liquid sprinkle bait) ใช้พ่นตามแหล่งที่มีแมลงวันชุกชุม
- เหยื่ออาหารชนิดน้ำ (liquid dispensor bait) เช่น นม หรือน้ำตาลผสมสารเคมี
- เหยื่อชนิดของเหลวข้น (viscous paint-on bait) เป็นกาวผสมน้ำตาล หรือสารล่อ แล้วชุบแท่งไม้ตามแหล่งที่แมลงวันชุกชุม อาจผสมสารเคมีด้วยก็ได้
-การพ่นเคมีแบบฟุ้งกระจาย วิธีการนี้สามารถทำได้ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร อาจใช้วิธีพ่นหมอกควัน หรือพ่นฝอยละเอียดก็ได้

            การควบคุมแมลงวันโดยวิธีกล วิธีนี้ไม่ได้ลดประชากรของแมลงวันในธรรมชาติ แต่เป็นการป้องกันแมลงวันไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาในอาคาร หรือกำจัดแมลงวันที่เล็ดลอดเข้ามาได้จำนวนน้อย ได้แก่ การใช้มุ้งลวด การใช้ไม้ตีแมลงวัน การใช้กรงดักแมลงวัน เป็นต้น
ตัวอย่างกล่องดักแมลงวัน

            - การวางเหยื่อพิษสำเร็จรูป (Bait) จะดำเนินการวางสารเคมีเหยื่อภายในกล่องดักแมลงวัน (Bait Station) ซึ่งมีลักษณะดังนี้คือ เป็นกล่องลักษณะสี่เหลี่ยม มีฝาปิดใสสองชั้น ซึ่งเมื่อแมลงวันบินเข้าไปกินเหยื่อสดที่อยู่ในกล่อง ทันทีที่กินเสร็จแมลงวันจะบินขึ้น และจะติดอยู่ที่ฝาชั้นที่สอง ส่วนของตัวกล่องนั้นมี มีรูอยู่โดยรอบกล่อง เพื่อให้แมลงวันสามารถบินผ่านเข้าไปได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำกล่อง และแมลงวันภายในกล่องไปกำจัดต่อไป โดยการวางกล่องเหยื่อนั้น จะวางตามจุดที่กำหนด และความเหมาะสมของสถานที่ สำหรับการวางกล่องเหยื่อ คือ วาง ณ แหล่งหากินของแมลงวัน โดยดูจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการหากิน เช่น ห้องอาหาร ห้องครัว ส่วนผลิต จุดพักขยะ เป็นต้น ซึ่งหากจุดที่ดำเนินการวางกล่องดัก อยู่ใกล้แหล่งบริเวณที่มีอาหารของแมลงวัน การวางสารเคมีเหยื่อ อาจต้องใช้เหยื่ออาหารสดคลุกปนกับสารเคมีเหยื่อ เพื่อเป็นการดึงดูดมากขึ้น แต่วางสารเคมีเหยื่อนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการปนเปื้อนด้วย ดังนั้นหากจุดที่วางเป็นบริเวณภายในส่วนการผลิต อาจจะใส่เหยื่ออาหารสดในกล่องอย่างเดียว เพื่อเลี่ยงต่อการปนเปื้อนในอาหาร การใส่สารเคมีเหยื่อที่วางในกล่องดักแมลงวันนั้น ช่วยป้องกันสัตว์อื่นไปกิน ไม่ควรวางสารเคมีบนพื้น หรือโยนทั่วไป ทั้งนี้สารเคมีจะเสื่อมสภาพ และอาจปนเปื้อนในอาหาร หรือสัตว์อาจไปกินเกิดอันตรายได้

            การควบคุมแมลงวันโดยวิธีกายภาพ ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพดีนักสำหรับแมลงวัน แต่ก็มีใช้กันมากตามศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้า โรงอาหาร โรงพยาบาล เช่น กับดักไฟฟ้า เป็นต้น

            การควบคุมแมลงวันโดยชีววิธี ใช้สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมาช่วยทำลายแมลงวัน ทั้งระยะไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ได้แก่

            - ตัวห้ำ (predators) เป็นสัตว์ที่กินแมลงวันเป็นอาหาร เช่น แมงมุม แมลงหางหนีบ ตั๊กแตนตำข้าว มด จิ้งจก กบ คางคก และนก นอกจากนี้ไรบางชนิดกินไข่ และตัวอ่อนแมลงวันเป็นอาหารด้วย
            - ตัวเบียน (parasitoids) เป็นสัตว์ที่มีตัวอ่อนเข้าไปอาศัยอยู่ในตัวอ่อนของแมลงวัน ทำให้ระยะตัวอ่อนของแมลงวันตาย เช่น แตนเบียน แมลงวันก้นขน และด้วงก้นกระดก
            - ใช้จุลินทรีย์ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis และเชื้อรา Entomopthora sp.
            - การใช้เหยื่อสด ใส่ลงในกล่องดักแมลงวัน ซึ่งมีลักษณะดังนี้คือ เป็นกล่องลักษณะสี่เหลี่ยม มีฝาปิดใสสองชั้น ซึ่งเมื่อแมลงวันบินเข้าไปกินเหยื่อสดที่อยู่ในกล่อง ทันทีที่กินเสร็จแมลงวันจะบินขึ้น และจะติดอยู่ที่ฝาชั้นที่สอง ส่วนของตัวกล่องนั้นมี มีรูอยู่โดยรอบกล่อง เพื่อให้แมลงวันสามารถบินผ่านเข้าไปได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำกล่อง และแมลงวันภายในกล่องไปกำจัดต่อไป โดยการวางกล่องเหยื่อนั้น จะวางตามจุดที่กำหนด และความเหมาะสมของสถานที่ สำหรับการวางกล่องเหยื่อ คือ วาง ณ แหล่งหากินของแมลงวัน โดยดูจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการหากิน เช่น ห้องครัว ส่วนผลิต จุดพักขยะ

 

แมลงวัน.......ถูกจัดอยู่ในอันดับ ORDER DIPTERA ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่อันดับ 4 ของแมลงเป็นแมลงขนาดเล็ก มีปีก 1 คู่ มีลำตัวอ่อนนุ่ม และเป็นแมลงที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เราสามารถพบแมลงวันได้ทุกแห่งในโลก หลายชนิดพบว่าสามารถดูดเลือดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และหลายชนิดสามารถกัดกินหรือทำลายพืชที่ปลูกทำให้ผลผลิตเสียหาย หลายชนิดสวยงาม บางชนิดมีลวดลายแปลกตา บางชนิดเป็นตัวห้ำ หรือผสมเกสร ดังนั้น แมลงวันจึงมีความสำคัญทางเกษตรและทางการแพทย์ 

แมลงวัน มีหลายชนิด เช่น แมลงวันบ้าน แมลงวันหลังลาย แมลงวันหัวเขียว แมลงวันทอง แมลงวันสี แมลงวันกระโดด แมลงวันผึ้ง แมลงวันฉก แมลงวันลาย แมลงวันดอกไม้ แมลงวันหัวหนา แมลงวันก้นขน แมลงวันเขาวัว แมลงวันปากดำ แมลงวันตอมตา ฯลฯ 

แมลงวันบ้าน
ลักษณะสำคัญ : ตัวเต็มวัยสีเทา มีแถบสีดำ 4 เส้น พาดอยู่ส่วนอกด้านบน หรือ กลางลำตัว ลำตัวยาวตัวประมาณ 1/8-1/4 นิ้ว ตัวหนอนสีขาวครีม หัวแหลมท้ายป้าน ไม่มีขา ไข่มีขนาดเรียวยาว 1 มม. สีขาว

อาหาร : กินอาหารได้หลายชนิด รวมทั้งของเสีย

ตัวเมียวางไข่ได้ครั้งละ 100-150 ฟอง และสามารถวางไข่ได้สูงถึง 600 ฟองโดยชอบวางไข่ตามกองขยะที่มีความชื้นสูง หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ ไข่ใช้เวลาฟักตัวประมาณ 6 ชั่วโมง ตัวหนอนลอกคราบประมาณ 3 ครั้ง จากนั้นจะเข้าดักแด้ และฟักเป็นตัวเต็มวัย ในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์

แมลงวันหัวเขียว

เป็นแมลงวันที่มีขนาดใหญ่ มีขนาดลำตัว 8-12 มิลลิเมตร ลำตัวสีน้ำเงินแกมเขียว เป็นมัน แมลงวันชนิดนี้ชอบอยู่นอกบ้าน บางครั้งอาจตอมอาหารหรือแหล่งที่มีเชื้อโรค ตัวเต็มวัยจะหากินตามแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เล้าเป็ด ไก่ กองขยะ ตลาด ซากเน่าเปื่อย มูลสัตว์ ก่อให้เกิดความรำคาญกับสัตว์และอาจนำโรคมาสู่สัตว์

อาหาร : กินอาหารได้หลายชนิด ของเหลวจากสารอินทรีย์วัตถุ น้ำหวานจากพืช
แมลงวันหัวเขียว ใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะไข่ ตัวหนอน ดักแด้ และฟักเป็นตัวเต็มวัย เป็นเวลา อย่างน้อย 10 วัน ตัวเมียวางไข่และ ตัวหนอนอาศัยเจริญเติบโตตามมูลสัตว์ 

แมลงวัน สามารถนำโรคมาสู่มนุษย์ หรือสัตว์เลี้ยงได้โดยถ่ายทอดเชื้อโรคที่ติดมากับลำตัว, ปาก หรือขาของแมลง ในขณะที่มันตอมตา ในขณะที่มันตอมอาหาร หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆเมื่อคนรับประทานอาหารที่มีแมลงวันตอม ก็จะได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดโรคต่างๆหลายชนิดเช่น โรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งได้แก่ โรคท้องร่วง, โรคบิด, ไทฟอยด์, พาราไทฟอยด์, อติวาตกโรค, อาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถถ่ายทอดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโปลิโอ และไวรัสอื่นๆได้ เช่น โรคตาแดง โรคริดสีดวงตา หรือโรคเยื่อบุตาอักเสบ 

แมลงวันที่ใกล้ชิดมนุษย์และเป็นปัญหาสาธารณสุขมากอันดับต้น คือ แมลงวันบ้าน แมลงวันหลังลาย และ แมลงวันหัวเขียว ซึ่งมีแหล่งเพาะพันธ์อยู่ใกล้ชุมชนตามแหล่งขยะมูลฝอย, มูลสัตว์, ปุ๋ย หรือสิ่งของที่กำลังเน่า โดยแมลงวันสามารถค้นหา หรือตอมอาหารได้ โดยอาศัยสิ่งจูงใจ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแอมโมเนีย และสารระเหยที่เกิดจากสิ่งเน่าเปื่อยผุพัง 
 

วงจรชีวิต :
แมลงวัน มีการเจริญเติบโตแบบสมบูรณ์ (COMPLETE METAMORPHOSIS) ประกอบด้วย 4 ระยะ ระยะไข่, ระยะตัวอ่อน (หนอน), ระยะดักแด้ และระยะตัวเต็มวัย 

ระยะไข่

แมลงวันสามารถผสมพันธุ์ได้ หลังจากเป็นตัวเต็มวัยได้เพียง 18-30 ชั่วโมงเท่านั้น และผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็จะหาแหล่งที่เหมาะสมในการวางไข่ โดยจะค้นหาแหล่งดังกล่าว โดยอาศัยกลิ่นเป็นตัวนำทาง มันจะเริ่มวางไข่ในที่ลับตา แสงแดดส่องไม่ถึง และมีความชื้นสูง โดยวางเป็นกลุ่มๆละประมาณ 120 ฟอง ตัวเมียบางตัวสามารถวางไข่ได้มากกว่า 10 ครั้งในชั่วชีวิต ดังนั้น แมลงวันตัวเมีย 1 ตัว สามารถขยายพันธุ์ได้ 200-1,000 ฟอง ไข่แมลงวันมีระยะฟักภายใน 6-12 ชั่วโมง 

ระยะตัวอ่อน 

หรือหนอน มีรูปร่าง เรียวยาว ปลายด้านท้องใหญ่ หัวหรือปากเรียวแหลมและแข็ง ตัวอ่อนจะกินของกำลังเน่าเหม็นมักชอบกลิ่นแอมโมเนีย หรือกลิ่นของยีสต์เป็นพิเศษ ตัวอ่อนจะกินอาหารมากจนเข้าใกล้ระยะดักแด้จึงจะหยุดกินอาหาร ระยะนี้กินเวลา 6-7 วัน 

ระยะเข้าดักแด้

เมื่อหนอนหยุดกินจะเริ่มคลานไปสู่ที่แห้งๆ เพื่อเริ่มปรับเปลี่ยนร่างกาย โดยหดตัวเองให้สั้นลง จนมีลักษณะอ้วนสั้น ผนังลำตัวจะแข็งขึ้นเพื่อห่อหุ้มตัวหนอน ระยะนี้ใช้เวลา 3-4 วัน ก็จะเข้าสู่ระยะตัวโตเต็มวัน 

ระยะตัวโตเต็มวัย 

เมื่อเข้าดักแด้ และพัฒนาร่างกายสู่ภายในจนมีรูปร่างครบสมบูรณ์ก็จะเริ่มออกจากดักแด้ ซึ่งขณะที่ออกจากดักแด้ใหม่ๆ ยังบินไม่ได้ในทันที จะต้องใช้วิธีเดิน กระโดด เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ลำตัวและปีกเริ่มแข็งแรงขึ้นสมารถบินได้

การควบคุมแมลงวันโดยชีววิธี ใช้สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมาช่วยทำลายแมลงวัน ทั้งระยะไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ได้แก่

- ตัวห้ำ (predators) เป็นสัตว์ที่กินแมลงวันเป็นอาหาร เช่น แมงมุม แมลงหางหนีบ ตั๊กแตนตำข้าว มด จิ้งจก กบ คางคก และนก นอกจากนี้ไรบางชนิดกินไข่ และตัวอ่อนแมลงวันเป็นอาหารด้วย
- ตัวเบียน (parasitoids) เป็นสัตว์ที่มีตัวอ่อนเข้าไปอาศัยอยู่ในตัวอ่อนของแมลงวัน ทำให้ระยะตัวอ่อนของแมลงวันตาย เช่น แตนเบียน แมลงวันก้นขน และด้วงก้นกระดก
- ใช้จุลินทรีย์ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis และเชื้อรา Entomopthora sp.
- การใช้เหยื่อสด ใส่ลงในกล่องดักแมลงวัน ซึ่งมีลักษณะดังนี้คือ เป็นกล่องลักษณะสี่เหลี่ยม มีฝาปิดใสสองชั้น ซึ่งเมื่อแมลงวันบินเข้าไปกินเหยื่อสดที่อยู่ในกล่อง ทันทีที่กินเสร็จแมลงวันจะบินขึ้น และจะติดอยู่ที่ฝาชั้นที่สอง ส่วนของตัวกล่องนั้นมี มีรูอยู่โดยรอบกล่อง เพื่อให้แมลงวันสามารถบินผ่านเข้าไปได้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำกล่อง และแมลงวันภายในกล่องไปกำจัดต่อไป โดยการวางกล่องเหยื่อนั้น จะวางตามจุดที่กำหนด และความเหมาะสมของสถานที่ สำหรับการวางกล่องเหยื่อ คือ วาง ณ แหล่งหากินของแมลงวัน โดยดูจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการหากิน เช่น ห้องครัว ส่วนผลิต จุดพักขยะ

 

  บริษัท มิตรภาพ เซอร์วิส กรุ๊ป จำกัด
สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 43 ถ.ทองทวี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 45000